Yakiniku ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีประวัติความเป็นมากว่าร้อยปี

Yakiniku ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีประวัติความเป็นมากว่าร้อยปี

ยากินิคุ (Yakiniku) คือเนื้อย่างญี่ปุ่นที่ไม่ได้หมายถึงเนื้อวัวเพียงอย่างเดียว เเต่ยังครอบคลุมไปถึงวัตถุดิบของญี่ปุ่นทุกชนิดที่สามารถทานได้ มีความเเตกต่างจากบาร์บีคิวที่อื่นตรงที่ ยากินิคุดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้นจะย่างบนตะเเกรงเเละใช้ความร้อนจากเตาถ่านในการย่าง ดังนั้นเนื้อสัตว์เเละผักต่าง ๆ จึงต้องสไลซ์ให้เป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้มีรสชาติดีเเละไม่กระด้าง ร้านอาหารยากินิคุทั่วไปในญี่ปุ่นมักจะใช้เตาถ่านเเบบฝังลงไปในโต๊ะ โดยจะมีทั้งร้านเเบบมีคนปิ้งให้เเละร้านที่เราสามารถสั่งมาเป็นจาน ๆ เเล้วย่างด้วยตัวเอง ใครที่ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นจะสามารถสังเกตเห็นร้านปิ้งย่างยากินิคุได้ง่าย ๆ โดยดูได้จากร้านที่มีควันลอยอยู่นั่นเองค่ะ ต้นกำเนิดของเมนูยากินิคุในญี่ปุ่น ยากินิคุนั้นได้เริ่มเข้ามาในญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวัฒนธรรมที่รับมาจากชนชาติอื่น เนื่องจากคนญี่ปุ่นมักใช้วิธีการปรุงเนื้อสัตว์โดยการต้มมากกว่าปิ้ง ดังนั้นจึงอาจรับวิธีการปิ้งย่างมาจากคาบสมุทรเกาหลีหรือจากชาวตะวันตกที่เริ่มเข้ามาในญี่ปุ่นในช่วงสงคราม ความนิยมทานเนื้อย่างยากินิคุของคนญี่ปุ่นเกิดขึ้นในปี 1991 เมื่อมีการลดข้อจำกัดในการนำเข้าเนื้อวัวลง จึงทำให้ราคาของเนื้อวัวถูกลงเเละทำให้ยากินิคุได้รับความนิยมขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาได้มีการริคิดค้นเตาปิ้งย่างยากินิคุที่มีความปลอดภัยมากขึ้นในปี 2523 โดยบริษัท Shinpo Co.,Ltd. ชาวญี่ปุ่นจึงได้นำรูปเเบบเตาปิ้งเเบบนี้มาใช้จนถึงในปัจจุบัน ร้านยากินิคุสองประเภท เพื่อประสบการณ์การทานยากินิคุที่เเตกต่างกัน ร้านยากินิคุในประเทศญี่ปุ่นจะมีทั้งหมด 2 เเบบด้วยกันคือ 1.ทาเบโฮได (Tabehodai) คือร้านยากินิคุเเบบบุฟเฟต์ โดยส่วนใหญ่จะกำหนดเวลาในการทานอยู่ที่ 90 นาที สามารถเลือกทานอาหารที่อยู่ในร้านได้ทุกอย่าง เว้นเเต่เมนูเนื้อเกรดดีที่อาจจะต้องมีการจ่ายเงินเพิ่ม เเละราคาของบุฟเฟ่ต์จะเเตกต่างกันตามระดับความพรีเมี่ยมของเนื้อ ร้านยากินิคุเเบบนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเเละหาทานได้ตามเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น 2.ยากินิคุเเบบสั่งเป็นจาน (A la carte) คือร้านยากินิคุที่เน้นคุณภาพของเนื้อ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเนื้อเเบบที่ต้องการในปริมาณต่าง […]